ขวัญใจทีมรองบ่อน ผีบุกโดนไบรท์ตัน เชือดนิ่มๆ 1-0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สวมบทพ่อพระมาโปรดเมื่อบุกไปพ่ายแพ้ต่อ ไบรท์ตัน 0-1 และยังเป็นชัยชนะที่ล้ำค่าสำหรับเจ้าถิ่นเมื่อพวกเขาการันตีรอดพ้นการตกชั้นอย่างเป็นทางการแล้ว

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
ไบรท์ตัน 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เกมคืนวันศุกร์ที่ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส อารีนา ไบรท์ตัน อันดับ 14 มี 37 แต้ม เปิดบ้านปะทะทีมใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงมี 77 แต้ม เกมนี้ 3 แต้มสำคัญยิ่งสำหรับทั้งสองฝ่าย เจ้าบ้านหวังชัยชนะเพื่อรอดพ้นการหนีตกชั้น ส่วน “ผีแดง” หวังการันตีตำแหน่งรองแชมป์แบบเด็ดขาด

เปิดเกมมา 12 นาที ไบรธ์ตัน เปิดเกมเข้าใส่ ปาสคัล โกรบ บรรจงยิงไปตรงกลางแต่เข้าซองตัว ดาบิด เด เคอา นายด่านทีมเยือน ขณะที่ นาที 20 ไบรธ์ตัน พลาดขึ้นนำได้อย่างไร เกล็น เมอร์เรย์ ลากตัดเข้าขวาแล้วหวดเต็มข้อแต่ ดาบิด เด เคอา พุ่งมาปัดที่เสาแรกได้ทันเวลา

เจ้าถิ่นยังได้ใจลุยต่อเรื่อยๆ นาที 28 ปาสคาล โกรบ เปิดลูกเตะมุมมาแล้ว เชน ดัฟฟี พุ่งขึ้นมาโขกเต็มศรีษะแต่ไม่แม่นออกข้าง จากนั้นจังหวะเกมเป็น ไบรธ์ตัน บุกได้มากกว่าแต่ยังเจาะประตูไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอไปก่อน 0-0

ครึ่งหลัง ไบรธ์ตัน ยังกระหน่ำบุกใส่ ผีแดง ไม่หยุดจน นาที 56 ก็นำจนได้ ลูอิส ดังค์ เปิดไปเสาสอง ปาสคัล โกรบ โหม่งเต็มศรีษะ มาร์กอส โรโฮ สกัดได้แต่ โกล์ไลน์ แจ้งว่าบอลข้ามเส้นไปแล้ว 1-0 ด้าน นาที 70 แมนฯยู หวิดตีเสมอ มาร์คัส แรชฟอร์ด จับบอลแล้วยิงไปเสาซ้ายแต่ มาตี ไรอัน พุ่งถูกทางปัดทิ้ง

ท้ายเกม นาที 83 ผีแดง ขอตีเสมอให้ได้ ลุค ชอว์ จ่ายถึงเท้า พอล ป็อกบา ยิงด้วยขวาแต่ก็ไม่เข้าเป้าเหมือนเดิม จบเกม ไบรท์ตัน เก็บ 3 แต้มบรรลุเป้าหมาย มี 40 แต้ม ขึ้นไปอยู่อันดับ 11 รอดพ้นการตกชั้นแน่นอนแล้ว ส่วน แมนฯยู มี 77 แต้มเท่าเดิม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ไบรท์ตัน – มาตี ไรอัน, ลูอิส ดังค์, เชน ดัฟฟี, ไกตัน บอง, บรูโน, ดาวี พรอพเพอร์, เดล สตีเฟนส์, โชเซ อิซคูเอโด, แอนโธนี น็อคเกต์, เกล็น เมอร์เรย์, ปาสคัล โกรบ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ดาบิด เด เคอา, มาร์กอส โรโฮ, คริส สม

วคุมทีมนัดสุดท้ายในรังอำลาเวนเกอร์ ราคาพุ่งไม่หยุด

กองเชียร์ อาร์เซนอล มีสิทธิ์กระเป๋าฉีก ราคาตั๋วเกมสั่งลา อาร์แซน เวนเกอร์ ปรมาจารย์ลูกหนังชาวฝรั่งเศส ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม พุ่งกระฉูดถึง 1,800 ปอนด์ (ราว 80,000 บาท)

ทีมจากย่านลอนดอนเหนือ เตรียมต้อนรับ เบิร์นลีย์ วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม ซึ่งเป็นการทำหน้าที่เกมเหย้าครั้งสุดท้ายของ เวนเกอร์ วัย 68 ปี ทำให้แฟนๆ ต่างกระตือรือร้นหาบัตรเข้าชม

แมตช์รับมือ ทีมของ ชอน ไดช์ ถูกจัดเป็นโปรแกรมระดับ C ตามเกณฑ์ของสโมสร นับเฉพาะ พรีเมียร์ ลีก ซึ่งราคาตั้งแต่ 26-38.50 ปอนด์ (1,170-1,700 บาท)

เว็บไซต์ของสโมสรเกิดล่มกะทันหัน นับตั้งแต่ อดีตเทรนเนอร์ โมนาโก และ นาโกย่า แกรมปัส เอจท์ ประกาศยุติการคุมทีม 22 ปี เดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” แย่งกันซื้อตั๋วที่เหลือทั้งหมด

ส่วนออปชันสำรองของแฟนๆ อย่าง “ทิคเก็ตบิส (Ticketbis)” แหล่งจำหน่ายตั๋วออนไลน์ เผยยังมีเก้าอี้ว่าง ราคาเริ่มต้น 143 ปอนด์ (6,435 บาท) ถึง 1,800 ปอนด์ (80,000 บาท)

สำหรับบัตรชมการแข่งขันเกมอำลา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งกุมบังเหียนมานาน 27 ปี พบ สวอนซี ซิตี ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อปี 2013 ราคาพุ่งสูงเกือบ 3,000 ปอนด์ (135,000 บาท)

หงส์ หวั่น มาเน ซาลาห์ หมดแรงนัดชิง ชปล

ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมสำคัญในการชิงถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กับ เรอัล มาดริด วันที่ 26 พฤษภาคม ทว่ามีเรื่องให้วิตกกังวลเมื่อช่วงเวลาที่พวกเขาจะทำศึกครั้งสำคัญ ตรงกับช่วงเวลารอมฎอนของชาวมุสลิม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าจอมซัลโวของทีม

พลพรรคแข้ง “หงส์แดง” จองตั๋วบินไปกรุงเคียฟ เพื่อต่อกรกับ “ราชันชุดขาว” แชมป์เก่าที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงประจำรายการเป็นแม่ทัพ แต่ความน่าหวั่นใจคือสองดาวยิงตัวหลักอย่าง มาเน่ และ ซาลาห์ รวมถึง เอ็มเร่ ชาน ที่มีแนวโน้มฟิตกลับมาเล่นนัดชิงได้ จะมีปัญหาเรื่องความฟิตเพราะเป็นช่วงรอมฎอน ของชาวมุสลิม

ช่วงเวลา รอมฎอน ของปีนี้ตรงกับวันที่ 15 พฤษภาคม ถึงวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นช่วงเดียวกับที่ มาเน่, ซาลาห์ และ ชาน ต้องถือศีลอดระหว่างเตรียมตัว แชมเปียนส์ ลีก ไม่สามารถทานอาหารได้เหมือนช่วงเวลาปกติ อันเป็นการฝึกความอดทนของชาวมุสลิมทั่วโลก และระลึกถึงภาวะขาดแคลนอาหาร ความยากไร้ของคนยากคนจน

ด้วยห้วงเวลาสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ก็ได้ทำการปรึกษากับทีมงาน รวมถึงทีมโภชนาการ เพื่อจัดเตรียมอาหารรวมถึงช่วยเหลือนักเตะตัวหลักทั้ง 3 คน ที่ต้องอดอาหารตามหลักศาสนา โดยหวังว่าทุกคนจะได้รับการดูแลแบบที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนา จนสามารถพร้อมลงเตะนัดชิงได้

พาเลซสุดแสบ บุกยิงแซงทุบหม้อร่วงจากพรีเมียร์ ทีมแรก

แฟนบอล สโต๊ค ซิตี ถึงกับน้ำตาตกเมื่อต้องเห็นทีมรักพ่ายแพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 1-2 แบบต่อหน้าต่อตา และกลายเป็นการส่งให้ “ช่างปั้นหม้อ” ตกชั้นจาก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เป็นทีมแรกของฤดูกาล

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
สโต๊ค ซิตี 1-2 คริสตัล พาเลซ

เกมคู่แรกของวันเสาร์ สโต๊ค ซิตี รองบ๊วยมี 30 แต้ม เปิดรัง บริททาเนีย สเตเดียม ปะทะ คริสตัล พาเลซ อันดับ 12 มี 38 แต้ม เกมนี้ 3 แต้มมีความสำคัญยิ่งกับเจ้าบ้านเพื่อต่อลมหายใจลุ้นหนีตกชั้นไปจนถึงนัดสุดท้าย

เปิดเกมมา 8 นาที พาเลซ ทักทายก่อน วิลฟรีด ซาฮา ผ่านเข้าเท้า รูเบน ลอฟตัส-ชีค กดด้วยขวาจากนอกเขตแต่ข้ามคาน ขณะที่ นาที 15 พาเลซ ยังบุกต่อ วิลฟรีด ซาฮา จับบอลได้ในเขตแต่ยิงไม่ดีบอลหลุดออกข้าง

นาที 22 สโต๊ค พลาดโอกาสขึ้นนำ เซอร์ดาน ชากิรี วิ่งมาสุดเส้นหลังแล้วเปิดให้ มาเม่ บิรัม ดิยุฟ โขกแต่หลุดเสาไกล แต่แล้ว นาที 42 ฟรีคิกระยะอันตรายเยื้องทางขวาของ สโต๊ค เซอร์ดาน ชากิรี โชว์แม่นปั่นพุ่งไปเสียบเสาแรกสวยงาม 1-0 และจบครึ่งแรกที่นี่

ครึ่งหลัง นาที 57 สโต๊ค จะเอาเม็ดสอง ปีเตอร์ เคราช์ โหม่งชงท่าถนัดให้ มาเม่ บิรัม ดิยุฟ ซัดเต็มเท้าแต่ไม่ผ่าน เวย์น เฮนเนสซี แต่แล้ว นาที 68 พาเลซ ที่โดนนวดอยู่นานกลับตีเสมอได้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค รอจังหวะเพื่อนเติมแล้วให้ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ซัดเสาไกลเข้า 1-1

นาที 79 พาเลซ ชวดประตูนำ อันโดรส ทาวน์เซนด์ ให้มาที่ คริสเตียน เบนเตเก้ แต่ดันยิงพลาดอีก ทว่าสุดท้าย นาที 85 ปราสาทเรือนแก้ว ทำเจ้าบ้านน้ำตาตก ไรอัน ชอว์ครอส สกัดบอลพลาดกลายเป็นส่งให้ แพทริค ฟาน ฮัลโฮลต์ หลุดเดี่ยวไปยิงโล่งๆไม่เหลือซาก จบเกม พาเลซ พลิกชนะ 2-1 ถีบ “ช่างปั้นหม้อ” ตกชั้นในที่สุด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สโต๊ค ซิตี – แจ๊ค บัตแลนด์, เคิร์ท ซูมา, ไรอัน ชอว์ครอส, เอริค ปีเตอร์ส, เกล็น จอห์นสัน, บาดู เอ็นดิอาย, โจ อัลเลน, มอริตซ์ เบาเออร์, เซอร์ดาน ชากิรี, ปีเตอร์ เคราช์, มาเม่ บิรัม ดิยุฟ

คริสตัล พาเลซ – เวย์น เฮนเนสซี, มามาดู ซาโก, เจมส์ ทอมกินส์, แพทริค ฟาน อัลโฮลต์, โจเอล วอร์ด, ลูกา มิลิโวเยวิช, โยฮัน กาบาย, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, วิลฟรีด ซาฮา, อันโดรส ทาวน์เซนด์

ไก่ตามรอยผี ปันน้ำใจช่วยต่อลมหายใจ

เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน ได้รับรางวัลแห่งความพยายามในเกมนัดรองสุดท้าย หลังเปิดบ้านอาศัยโอกาสเพียงน้อยนิดปราบ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ 1-0 ส่งให้พลพรรค “แบ็กกีส์” ยังได้ต่อสู้เพื่ออยู่รอดในลีกสูงสุดจนถึงเกมสุดท้าย

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 1-0 ท็อตแนม ฮอทสเปอร์

เกมที่ เดอะ ฮอว์ธอร์นส เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน บ๊วยของตารางมี 28 แต้ม ซึ่งกำลังหายใจรวยรินในการดิ้นหนีตกชั้น เจอศึกหนักพบ ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ อันดับ 4 มี 71 แต้ม เกมนี้เจ้าถิ่นส่ง เจย์ โรดริเกวซ ยิงร่วมกับ ซาโลมอน รอนดอน ส่วน “ไก่เดือยทอง” ให้ แฮร์รี เคน กับ คริสเตียน เอริคเซน เป็นแกนนำยิง

เปิดฉากมา 7 นาที สเปอร์ส ทักทายก่อน คริสเตียน เอริคเซน จ่ายเข้ามาถึง แฮร์รี เคน ซัดแต่หลุดออกข้าง ถัดมา นาที 19 ทีมเยือนมาอีก คริสเตียน เอริคเซน ได้ลองส่องจากนอกเขตแต่ยิงไม่แม่นบอลหลุดกรอบ

เกมยังคงเป็นของ สเปอร์ส นาที 23 วิคเตอร์ วานยาม่า ล็อคหลบหาช่องแล้วปั่นไปสามเหลี่ยมแต่ เบน ฟอสเตอร์ กระโดดปัดได้ มาถึง นาที 30 ไก่เดือยทอง ยังไม่ผ่อน คริสเตียน เอริคเซน เปิดโด่งเข้าไปให้ แฮร์รี เคน โหม่งแต่ออกหลัง จบครึ่งแรกที่ 0-0

ครึ่งหลัง นาที 51 ไก่เดือยทอง ลุยแหลก คริสเตียน เอริคเซน ยิงติดบล็อค ก่อนเปิดโด่งให้ แฮร์รี เคน โหม่งอีกครั้งแต่ก็ยังออกข้างเหมือนเดิม นาที 67 เดเล อัลลี พาบอลมาแล้วลองเสี่ยงยิงไกลแต่ก็ไม่แม่นเหมือนปืนศูนย์ไม่ตรง

ล่วงเลยมาทดเจ็บ นาที 93 สาวก “แบ็กกีส์” กรี๊ดลั่น บอลจากลูกเตะมุม เคร็ก ดอว์สัน ลอยตัวโขกติดบล็อคแต่ เจค ลิเวอร์มอร์ สะกิดเข้าในจังหวะชุลมุน จบเกม เวสต์ บรอมวิช ชนะ 1-0 ต่อลมหายใจลุ้นแชมป์อีกครั้งโดยจะไปตัดสินกันในเกมสุดท้ายพบ คริสตัล พาเลซ วันที่ 13 พฤษภาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน – เบน ฟอสเตอร์, อาห์เม็ด เฮกาซี, เคร็ก ดอว์สัน, คีแรน กิบส์, อัลลัน นียอม, คริส บรันท์, เจค ลิเวอร์มอร์, เจมส์ แม็คคลีน, แม็ทธิว ฟิลลิปส์, ซาโลมอน รอนดอน, เจย์ โรดริเกวซ

ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ – อูโก ยอริส, ดาวินสัน ซานเชซ, แยน แฟร์ตองเกน, โทบี อัลเดอร์เวเรลด์, วิคเตอร์ วานยาม่า, แดนนี โรส, คริสเตียน เอริคเซน, คีแรน ทริปเปียร์, แฮร์รี เคน, เดเล อัลลี, เอริค ลาเมล่า

หงส์ ทาบคุณชายกลับมารับงานทีมเยาวชนแทน เจิด

ลิเวอร์พูล กำลังเจรจา “ชาบี อลอนโซ” อดีตกองกลางทีมหงส์แดง ให้มารับงานคุมทีมเยาวชนชุดยู-18 หลังจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด ย้ายไปคุมทีมเรนเจอร์ส เอฟซี ทีมดังในลีกวิสกี้

หลังจากเมื่อวานนี้ เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางทีมลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ ตกลงย้ายไปคุมทีมเรนเจอร์ส เอฟซี ในศึกสกอตติช พรีเมียร์ชิพ สกอตแลนด์ ส่งผลให้ตำแหน่งโค้ชทีมเยาวชนชุดยู-18 ลิเวอร์พูล ว่างลงทันที ทำให้ต้องเร่งหาโค้ชคนใหม่มาทำหน้าที่

ล่าสุด มีรายงานว่า บอร์ดบริหารหงส์แดง กำลังติดต่ออลอนโซ อดีตกองกลางชาวสเปน ที่เคยค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ มารับงานดังกล่าวแทนที่เจอร์ราร์ด หากอลอนโซไม่รับข้อเสนอดังกล่าว ก็ยังมี ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตดาวยิงหงส์แดง ที่อยู่ในการพิจารณาเช่นกัน

ช็อก เซอร์ อเล็กซ์ โดนหามส่งหมอผ่าตัดด่วน

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือผู้เป็นที่รักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการผ่าตัดและรักษาอาการเลือดคั่งในสมอง จากการยืนยันของยอดทีมแห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

ข่าวคราวอาการป่วยของ “เฟอร์กี” ถูกกระพือถึงหูสื่อเมื่อมีรายงานว่า ดาร์เรน เฟอร์กูสัน ลูกชายและกุนซือของ ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส ยื่นใบลาขอกลับไปดูแลอาการของคุณพ่อ โดยไม่ได้อยู่คุมทีมในเกมนัดสุดท้ายของลีก

ตำนานกุนซือ “ผีแดง” ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาโดยด่วนในช่วงบ่ายวันที่ 5 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งผลการผ่าตัดก็ลุล่วงไปด้วยดี กระนั้นก็ต้องอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด สำหรับกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย

ส่วนสโมสร แมนฯยู ออกแถลงการณ์ระบุว่า “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินหลังมีอาการเลือดคั่งในสมอง การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แต่ยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ทางครอบครัวก็ขอความเป็นส่วนตัวในเรื่องนี้”

เชลซี vs ลิเวอร์พูล

ผลการพบกันล่าสุด

26/11/2017  ลิเวอร์พูล 1 – 1 เชลซี

01/02/2017  ลิเวอร์พูล 1 – 1 เชลซี

ความพร้อมและสภาพทีม

เชลซี

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือสิงโตน้ำเงินคราม อันดับ 5 ต้องชนะใน 3 นัดที่เหลือทั้งหมดเพื่อไปตั้งไว้ที่ 75 แต้ม แล้วดูว่าจะพอต่อการคว้าท็อปโฟร์หรือไม่ โดยพวกเขาชนะเกมเยือนมา 3 นัดติดต่อกัน ล่าสุดบุกไปทุบทีมหนีตายอย่าง สวอนซี ซิตี้ ได้ 1-0

งานนี้แชมป์เก่าได้รับข่าวดี เมื่อ มาร์กอส อลอนโซ่ แบ็กซ้ายตัวเก่งจะพ้นโทษแบน 3 นัดกลับมารับใช้ทีมได้ตามปกติ  ทางด้าน ดาวิด ลุยซ์ (ข้อเท้า) และ เอธาน อัมปาดู (ข้อเท้า) ยังเป็นสองผู้เล่นที่ต้องนั่งดูเพื่อนข้างสนามเช่นเคย

ลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเยอรมันของ ”หงส์แดง” ยังมีงานที่ต้องปิดจ๊อบคือทำให้ทีมจบอันดับท็อปโฟร์ให้ได้ เพื่อยืนยันว่าซีซั่นหน้าจะได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง โดยในลีกพวกเขาไม่แพ้ใครมานาน ทว่า 4 นัดล่าสุดออกเสมอถึง 3 ครั้ง เกมเมื่อสัปดาห์ก่อนพวกเขาเล่นที่แอนฟิลด์ ทำได้เพียงแค่เสมอกับสโต๊ค ซิตี้ ไป 0-0 แต่ก็ยังมีลุ้นจบอันดับ 2 แม้จะริบหรี่ก็ตาม

โดย โจ โกเมซ ปราการหลังดาวรุ่งจะไม่สามารถรับใช้ทีมได้ในเกมนี้ เนื่องจากบาดเจ็บที่ข้อเท้า รวมทั้ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (เข่า), โฌแอล มาติป (ต้นขา) และ เอ็มเร่ ชาน (หลัง) ก็ยังลงสนามไม่ได้เช่นเคย

ส่วนอดัม ลัลลาน่า ก็จะมีชื่อในเกมนี้ แต่เขาก็ได้กลับมาซ้อมเต็มที่แล้ว หลังจากหายไป 5 สัปดาห์จากอาการบาดเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่า อาจจะได้ลงสัมผัสเกมบ้าง

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี (3-4-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, แกรี่ เคฮิลล์, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – วิคเตอร์ โมเสส, เชส ฟาเบรกาส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์กอส อลอนโซ่ – วิลเลี่ยน, อัลบาโร่ โมราต้า, เอแด็น อาซาร์

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ลอริส คาริอุส – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, เดยัน ลอฟเรน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

ความน่าจะเป็นของเกม

”สิงห์บลูส์” ต้องการเก็บชัยเพื่อลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ เกมนี้ได้เปรียบทั้งการเล่นในบ้านและสภาพความสดที่ได้พักมาเต็มๆ ส่วน ”หงส์แดง” ล้าจากเกมยุโรป และเสียเปรียบเรื่องสภาพร่างกาย เกมนี้เจ้าถิ่นน่าจะเปิดเกมบุกเข้าใส่และมีโอกาสเบียดเอาชนะได้

ผลการแข่งขันที่คาด : เชลซี ชนะ 1 – 0

ผลการแข่งขันคู่อื่นที่คาด 

แมนฯ ซิตี้ ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์   4 – 0

อาร์เซนอล ชนะ เบิร์นลี่ย์  2 – 0

บาร์เซโลน่า vs เรอัล มาดริด

แมตช์ พรีวิว บาร์เซโลน่า vs เรอัล มาดริด ( ลา ลีกา สเปน )

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2561

เวลา 01.45 น. ถ่ายทอดสด beIN Sports 1

ผลการพบกันล่าสุด

23/12/2017 เรอัล มาดริด 0 – 3 บาร์เซโลน่า

17/08/2017 เรอัล มาดริด 2 – 0 บาร์เซโลน่า

ความพร้อมและสภาพทีม

บาร์เซโลน่า

เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ไม่มีปัญหาในการจัดทีมนัดนี้แต่อย่างใด เมื่อล่าสุดจะได้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แบ็กขวาพ้นโทษแบนกลับมาใช้งานอีกราย ทำให้สามารถจัดทัพชุดใหญ่ลงบู๊กับ เรอัล มาดริด ได้เต็มที่เพื่อยืดสถิติไร้พ่ายในฤดูกาลนี้ต่อไป

โดยแนวรับ เคราร์ด ปีเก้ ยืนกับ ซามูแอล อุมตีตี้ แบ็กขวาเซร์จี้ โรเบร์โต้ แบ็กซ้าย ยอร์ดี้ อัลบา แดนกลางมี ฟิลิเป้ กูตินโญ่,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อีวาน ราคิติช เป็นแกนหลัก ส่วน อันเดรส อิเนียสต้า ต้องเบีดยลุ้นตัวจริงกับ อุสมาน เดมเบเล่ ขณะที่คู่กองหน้ายังคงเป็น หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี่ ลงลาตาข่ายตามเดิม

เรอัล มาดริด

ซีเนดีน ซีดาน มีปัญหาพอสมควรในการพา มาดริด ลงทำศึกใหญ่เอล กลาซีโก้ กับ บาร์เซโลน่า ในวันนี้ เมื่อจะไม่มี ดานี่ การ์บาฆาล แบ็กขวาตัวเก่งที่กล้ามเนื้อโคนขาฉีก รวมไปถึง ราฟาแอล วาราน เซนเตอร์ฮาล์ฟที่บาดเจ็บอีกราย

ขณะที่ อิสโก้ เชื่อว่ากุนซือฝรั่งเศสจะไม่เสี่ยงส่งลงสนาม เนื่องจากอาการเจ็บไหล่ยังไม่ 100% ดี เกมนี้ในแนวรับ นาโช่ เฟร์นานเดซ จะลงมายืนเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ เซร์คิโอ รามอส แผงกลาง เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ที่เป็นแค่สำรองในเลกสองกับ บาเยิร์น มิวนิค จะกลับมาลงสนามตั้งแต่ต้นเกมอีกครั้ง ร่วมกับ ลูก้า โมดริช,โทนี่ โครส ส่วนตัวรุก จะวาง มาร์โก อาเซนซิโอ เป็นหน้าต่ำ อยู่หลังคู่หน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ คาริม เบนเซม่า

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

บาร์เซโลน่า (4-4-2) มาร์อังเดร แทร์ ชเตเก้น-เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, จอร์ดี้ อัลบา-ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อิวาน ราคิติช, อันเดรส อีเนียสต้า (อุสมาน เดมเบเล่)-หลุยส์ ซัวเรซ, ลิโอเนล เมสซี่

เรอัล มาดริด (4-1-3-2) เกย์ลอร์ นาวาส-ลูกัส บาสเกซ, นาโช่ เฟร์นานเดซ, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่-เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่-ลูก้า โมดริช, มาร์โก อาเซนซิโอ, โทนี่ โครส-คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ความน่าจะเป็นของเกม

เอล กลาซิโก้ เกมนี้ บาร์เซโลน่าฟาดดับเบิลแชมป์ในสเปนไปเรียบร้อย ส่วนเรอัล มาดริด พุ่งสมาธิไปที่นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และอาจไม่เน้นเต็มพิกัด ดังนั้นเจ้าถิ่นที่ต้องการรักษาสถิติไร้พ่ายด้วยเชื่อว่าเจ้าถิ่นน่าจะเบียดเอาชนะไปได้

ผลการแข่งขันที่คาด : บาร์เซโลน่า ชนะ 2 – 1

เรือเปิดบ้านเจ๊า ฮัดเดอร์สฟิลด์ ไร้สกอร์ก่อนฉลองแชมป์กับแฟนบอล

แมนเชสเตอร์ ซิตี ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ฉลองตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อย่างมีความสุขร่วมกับแฟนๆในบ้านตัวเอง แม้เกมจะจบลงที่ผลเสมอ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 0-0 เมื่อคืนวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
แมนเชสเตอร์ ซิตี 0-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์

เกมคู่แรกที่ เอติฮัด สเตเดียม แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์ประจำฤดูกาล มี 93 แต้ม เล่นในบ้านเจอ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ อันดับ 16 มี 35 แต้ม ซึ่งหวังมีแต้มติดมือเอื้อในการหนีตกชั้น โดยหลังเกมนี้พลพรรค “เรือใบสีฟ้า” จะปิดสนามฉลองตำแหน่งแชมป์ต่อหน้าสาวก “ซิตีเซนส์” อีกด้วย

ครึ่งแรกมา 10 นาที ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ลูกฟรีคิก อเล็กซ์ พริตชาร์ด แทงไหลให้ ฟลอรองต์ ฮาเดอร์โกนัจ วิ่งไปยิงที่เสาแรกแต่เข้าซอง เอแดร์สัน ถัดมา นาที 13 ซิตี สวนคืน เลอรอย ซาเน่ จ่ายมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ กดด้วยซ้ายแต่ไม่เข้ากรอบเช่นกัน

นาที 29 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ยังมาดีกว่า อารอน มอย ป้ายออกซ้ายถึง คริส เลิฟ เติมมาซัดเต็มข้อแต่เข้าข้างตาข่าย ต่อมา นาที 35 เป็นทีของฝั่งเจ้าบ้าน เควิน เดอ บรอยน์ ได้บอลหน้าประตูแล้วยิงแบบไม่ยั้งคิดแต่เจอ โจนาส ลอสเซิล ป้องกันได้ จบครึ่งแรกเสมอก่อน 0-0

ครึ่งหลัง นาที 69 ซิตี ยังบุกต่อ จอห์น สโตนส์ เก็บบอลได้แล้วอัดเต็มเท้าขวาแต่ไม่เข้ากรอบเหมือนเดิม ส่วนท้ายเกม นาที 80 บอลจากลูกโด่ง เบนจามิน เมนดี โยนเข้าไปให้ กาเบรียล เฆซุส ชิงจังหวะโหม่งแต่ไม่เข้า จบเกมเสมอแบ่งแต้ม ก่อนที่ ซิตี จะรับถ้วยแชมป์ฉลองกันแฟนๆในบ้านอย่างมีความสุข

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี – เอแดร์สัน, นิโคลัส โอตาเมนดี, จอห์น สโตนส์, ฟาเบียน เดลป์, ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นานดินโญ, ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์, กาเบรียล เฆซุส, เลอรอย ซาเน่, ราฮีม สเตอร์ลิง

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ – โจนาส ลอสเซิล, คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์, เทเรนซ์ คองโกโล, แซนก้า, คริส เลิฟ, ทอมมี สมิธ, โจนาธาน ฮอกก์, อารอน มอย, ฟลอรองต์ ฮาเดอร์โกนัจ, อเล็กซ์ พริตชาร์ด, สตีฟ มูนีย์